ช่องทาง และกำหนดวันรับสมัครนักศึกษาใหม่ Pre-degree
มหาวิทยาลัยเปิดรับสมัคร ระดับปริญญาตรี(ภาคปกติ)และพรีดีกรีพร้อมกัน ส่วนกลางเปิดรับสมัครปีการศึกษาละ 2 ครั้ง คือ ภาคเรียนที่ 1 และภาคเรียนที่ 2 | ส่วนภูมิภาค เปิดรับสมัครเฉพาะภาคเรียนที่ 1 เท่านั้น (แต่จะสมัครส่วนไหนดี ? คิดไม่ออก คลิกตรงนี้) โดยผู้สนใจสมัครเรียนที่มีวุฒิจบการศึกษาตั้งแต่ระดับมัธยชมศึกษาปีที่ 3 เรียบร้อยแล้ว(และกำลังศึกษาชั้นมัธยมปลาย หรือเทียบเท่า) สามารถสมัครเป็นนักศึกษาภาคเรียนใดก็ได้ ช่องทางใดก็ได้ ตามวันเวลาที่กำหนด และความสะดวกดังต่อไปนี้
สมัครผ่านระบบออนไลน์
รับสมัคร ภาค 1/2568 ช่วงเดือน พฤษภาคม – มิถุนายน 2568
สมัครด้วยตนเองที่มหาวิทยาลัย
รับสมัคร ภาค 1/2568 ช่วงเดือน พฤษภาคม – มิถุนายน 2568
สมัครผ่านไปรษณีย์
รับสมัคร ภาค 1/2568 ช่วงเดือน พฤษภาคม – มิถุนายน 2568
ใบสมัคร และระเบียบการรับสมัคร
ใบสมัคร
การรับสมัครนักศึกษาใหม่ ระดับปริญญาตรี(ภาคปกติ) และพรีดีกรี ในครั้งนี้ ไม่มีการจำหน่ายใบสมัคร ผู้สมัครด้วยตนเองที่มหาวิทยาลัยรับใบสมัครได้ที่จุดรับสมัคร, ผู้สมัครผ่านระบบออนไลน์ กรอกใบสมัครในระบบ
ระเบียบการรับสมัครฯ
การรับสมัครนักศึกษาใหม่ ระดับปริญญาตรี(ภาคปกติ) และพรีดีกรี ในครั้งนี้ ไม่มีการจำหน่ายระเบียบการรับสมัคร โดยผู้สมัครสามารถดาวน์โหลดระเบียบการรับสมัครฯ ซึ่งมีรายละเอียดต่าง ๆ ประกอบด้วย คุณสมบัติผู้สมัคร, หลักฐานการสมัคร, อัตราค่าใช้จ่าย, สาขาวิชาที่เปิดรับสมัคร, เกณฑ์การเทียบโอนหน่วยกิต และข้อมูลสำคัญอื่น ๆ กดลิงก์ต่อไปนี้เพื่อดาวน์โหลด
- ระเบียบการรับสมัครฯ ปริญญาตรี และพรีดีกรี พ.ศ. 2568
ปกติแล้ว…ชีวิตเด็กมหาลัยเริ่มต้นอายุเท่าไหร่ ?
หลายๆคนคงจะเริ่มนับ 1 ในชีวิตมหาวิทยาลัยเมื่อจบ ม.6 ตอนที่อายุ 18-19 ปี มันคือการเปลี่ยนระบบการเรียนจากโรงเรียน/วิทยาลัยให้ก้าวเข้าสู่ระบบมหาวิทยาลัย ที่ต้องใช้ความรับผิดชอบมากขึ้นไปอีก แต่จะดีกว่าไหมถ้าจะก้าวเข้าสู่ระบบการเรียนแบบมหาวิทยาลัยควบคู่ขณะกำลังเรียนชั้น ม.4/ปวช.
จะดีไหม…ถ้าก้าวสู่มหาวิทยาลัยตั้งแต่ตอนนี้
เริ่มนับ 1 ในชีวิตมหาวิทยาลัยตั้งแต่อายุ 16 ด้วยระบบพรีดีกรี กับการเรียนควบคู่ชั้นม.ปลาย(หรือเทียบเท่า)ไปพร้อมกับการสอบสะสมหน่วยกิตของมหาวิทยาลัยรามคำแหง เริ่มต้นก่อนก็ถึงเส้นชัยก่อน
พรีดีกรี คืออะไร ?
พรีดีกรี เป็นระบบการเรียนเพื่อสอบสะสมหน่วยกิตในระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยรามคำแหงแบบล่วงหน้า เปิดให้ผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นแล้ว(จบ ม.3 แล้ว) สามารถสมัครเรียนสะสมหน่วยกิตของแผนการเรียนระดับปริญญาตรีในสาขาวิชาที่สนใจจะเรียนต่อในระดับปริญญาตรีในอนาคต
หากสอบสะสมหน่วยกิตได้มากน้อยเพียงใด ก็ช่วยลดระยะเวลาการเรียนระดับปริญญาตรีในอนาคตได้ เพราะได้สอบสะสมหน่วยกิตล่วงหน้าไว้แล้ว
รูปแบบการเรียน
รูปแบบการเรียนระบบพรีดีกรีเหมือนกับนักศึกษาระดับปริญญาตรี ภาคปกติ ของมหาวิทยาลัยรามคำแหงทุกประการ เช่น ระบบปฏิทินการศึกษา, สื่อการเรียน, ข้อสอบ, เกณฑ์การวัดผล ซึ่งจะช่วยในการพัฒนาศักยภาพของนักเรียน รู้จักการวางแผนการเรียนและการบริหารเวลาของตนเองอีกด้วย
นักศึกษาพรีดีกรีมักอ่านหนังสือ ทำความเข้าใจบทเรียนด้วยเอง ไม่จำเป็นต้องเข้าฟังบรรยายที่มหาวิทยาลัย และยังมีสิทธิ์เข้าสอบไล่ปลายภาคที่มหาวิทยาลัยตามปกติ
พรีดีกรี เหมาะกับใคร ?
พรีดีกรี เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักเรียนที่กำลังเรียนอยู่ชั้น ม.ปลาย(หรือเทียบเท่า) ได้แก่ นักเรียน ม.ปลาย สายสามัญ, นักศึกษาระบบ กศน. ม.ปลาย, รวมไปถึงนักศึกษา ปวช.-ปวส. และมีความสนใจที่จะเรียนระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง
เช่น นักเรียนชั้น ม.4 เมื่อสมัครเรียนพรีดีกรีแล้ว มีโอกาสในการสะสมหน่วยกิตได้ยาวนานถึง 3 ปีจนกว่าจะจบชั้น ม.6 เมื่อมีเวลามากก็มีโอกาสสะสมหน่วยกิตได้มากตามไปด้วย
✔ เรียนจบ ม.3 แล้ว และกำลังเรียน ม.ปลาย (กำลังเรียน ม.4, 5, 6)
✔ เรียนจบ ม.3 แล้ว และกำลังเรียน กศน. ม.ปลาย
✔ เรียนจบ ม.3 แล้ว และกำลังเรียน ปวช. (กำลังเรียน ปวช.1,2,3) หรือ ปวส. (กำลังเรียน ปวส.1,2,3)
✔ เป็นผู้ที่วางแผนเรียนระดับปริญญาตรีที่ ม.รามคำแหง ในอนาคต
✘ เรียนจบ ม.3 แล้ว แต่ยังไม่วางแผนเรียน ม.ปลาย หรือเทียบเท่า ให้ไปวางแผนการเรียนระดับ ม.ปลาย(หรือเทียบเท่า)ก่อน
ทำไมต้องเรียน ม.ปลาย(หรือเทียบเท่า) ควบคู่กับพรีดีกรี
ผู้ที่มีสถานะเป็นนักศึกษาพรีดีกรี ไม่สามารถแจ้งจบการศึกษาเพื่อเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรได้ โดยผู้ที่มีสิทธิ์แจ้งจบการศึกษาและรับปริญญาบัตรได้คือผู้ที่มีสถานะเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรี ดังนั้น นักศึกษาพรีดีกรีจะต้องเลื่อนสถานะตนเองให้เป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรีเมื่อเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย(หรือเทียบเท่า)
หากไม่เรียนชั้น ม.ปลาย(หรือเทียบเท่า)ก็จะไม่มีสิทธิ์เลื่อนสถานะเป็นระดับปริญญาตรีเพื่อเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร
พรีดีกรี คือ ช่วงเวลาค้นหาตัวเอง
“…ปีแรกๆชอบรัฐศาสตร์ ปีหน้าอาจจะเปลี่ยนใจชอบสื่อสารมวลชนขึ้นมาก็ได้นี่นา…”
การเรียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง เปิดโอหาสให้ทุกคนได้มีเวลาค้นหาตัวเอง โดยเฉพาะเรื่องการเรียน และนักศึกษาพรีดีกรีเป็น “นักศึกษาพรีดีกรี” ไม่ใช่นักศึกษาของคณะใดคณะหนึ่ง แต่ตอนสมัครเรียนเขาจะให้เราเลือกคณะไปแล้วนี่นา? ใช่แล้ว การที่มหาวิทยาลัยให้เราเลือกคณะตั้งแต่ตอนที่สมัคร ก็เพราะมหาวิทยาลัยจะได้เลือกวิชาในคณะที่เราสนใจมาให้เราเรียนและสอบในภาคเรียนนี้ มันเป็นการอำนวยความสะดวกให้ตอนสมัครครั้งแรกเท่านั้น
สมมติ ถ้าตอนนี้ชอบรัฐศาสตร์และมุ่งมั่นว่าในอนาคตก็จะเรียนคณะรัฐศาสตรแน่ ๆ เราก็จะหยิบวิชาของรัฐศาสตร์มาสอบสะสมไว้ในระบบพรีดีกรีเรื่อย ๆ ไปก่อน มันจะเป็นตัวช่วยให้เราเรียนจบรัฐศาสตร ตอนเลื่อนสถานะเป็นนักศึกษาปริญญาตรีได้เร็วขึ้น
แต่ถ้าเรียนไปแล้วเกิดเปลี่ยนใจขึ้นมาล่ะ ? ก็อย่างที่บอกว่า “พรีดีกรีไม่สังกัดคณะใดๆ” ถ้าเรียนอยู่ดี ๆ เราไม่ชอบรัฐศาสตร์แล้ว แต่หันไปชอบสื่อสารมวลชนแทน เราก็เปลี่ยนไปหยิบวิชาของคณะสื่อสารมวลชนมาสอบสะสมต่อได้เลย ไม่ต้องแจ้งใคร ไม่ต้องแจ้งมหาวิทยาลัย แค่นี้เอง “…ปีแรกๆชอบรัฐศาสตร์ ปีหน้าอาจจะเปลี่ยนใจชอบสื่อสารมวลชนขึ้นมาก็ได้นี่นา…”
เรียนพรีดีกรี จะได้รับปริญญาไหม ?
อย่างที่บอกไปตอนต้นว่า นักศึกษาระบบพรีดีกรีไม่สามารถแจ้งจบการศึกษาเพื่อเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรได้ จนกว่าจะเลื่อนสถานะจากพรีดีกรีให้เป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรีเสียก่อน ซึ่งหน่วยกิตที่ได้สะสมไว้ จะทำให้เราได้รับปริญญาไวกว่าเพื่อน ๆ
ตัวอย่าง นาย A เป็นนักเรียนชั้น ม.4 อายุ 16 ปี สมัครเรียนในแผนการเรียนคณะนิติศาสตร์ (แผนการเรียน 140 หน่วยกิต) ผ่านไป 3 ปี สามารถสอบสะสมหน่วยกิตได้ 100 หน่วยกิต (วงกลมสีเขียว) สอบสะสมอีกเพียง 40 หน่วยกิต ก็จะเรียนครบตามแผนการเรียนแล้ว และในตอนนี้เขาก็เรียนจบชั้น ม.6 พอดี จึงทำการเลื่อนสถานะตนเองให้เป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรีและเทียบโอนหน่วยกิตที่สะสมได้ (วิธีการเลื่อนสถานะตนเองคือ ลาออกจากพรีดีกรี และยื่นวุฒิจบ ม.6 เพื่อสมัครเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรีพร้อมเทียบโอนหน่วยกิตจำนวน 100 หน่วยตามไปด้วย) ในตอนนี้นาย A เป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรีแล้ว แล้วยังมีหน่วยกิตสะสมถึง 100 หน่วยกิต เขาเพียงสอบสะสมหน่วยกิตที่เหลือ (วงกลมสีแดง) ให้ครบ ก็จะจบการศึกษาระดับปริญญาตรีได้ และด้วยหน่วยกิตที่เหลือเพียง 40 หน่วยกิต เขาสามารถสอบสะสมทั้งหมดได้ภายใน 1 ปีการศึกษา เขามีโอกาสจบปริญญาตรีตั้งแต่อายุ 19 ปีได้เลย
- จบ ม.3
พรีดีกรี
สมัครเรียนระบบพรีดีกรี ด้วยวุฒิจบชั้น ม.3 และสอบสะสมหน่วยกิตในสาขาวิชาที่สนใจควบคู่กับการเรียน ม.ปลาย หรือเทียบเท่า (กศน.-ปวช.-ปวส.) - จบ ม.6
เปลี่ยนระบบ
เปลี่ยนระบบจากพรีดีกรีให้ ป.ตรี โดยการเทียบโอนหน่วยกิตที่สอบสะสมได้จากพรีดีกรี หากสะสมได้เยอะก็เหลือวิชาที่ต้องเรียนตอน
ป.ตรี น้อยลงเท่านั้น
ค่าเทียบโอน
หน่วยกิตx50 = ค่าเทียบโอน - เริ่มเรียน ป.ตรี
ปริญญาตรี
เข้าสอบสะสมหน่วยกิตที่เหลือให้ครบหลักสูตร
หากสอบสะสมจากพรีดีกรีได้เยอะ ก็เหลือวิชาที่ต้องเรียนน้อยกว่า - จบ ป.ตรี
จบการศึกษา
เรียนอย่างไร ?
รูปแบบการเรียน ระบบพรีดีกรี เหมือนกับ ระดับปริญญาตรี (ภาคปกติ) ทุกประการ คือ ไม่บังคับเข้าชั้นเรียน จัดรูปแบบการศึกษาแบบ Hybrid คือ อาจารย์จัดบรรยายในห้องเรียนที่มหาวิทยาลัยเป็นหลัก บรรยายเฉพาะวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 7.20-17.20 น. และมีการบรรยายสรุปเสาร์-อาทิตย์เฉพาะนักศึกษาส่วนภูมิภาค สรุปรูปแบบการเรียนได้ดังนี้
- ฟังบรรยายที่ห้องเรียน
มหาวิทยาลัยมีห้องบรรยายทุกระบวนวิชา นักศึกษาสามารถเดินทางมาที่มหาวิทยาลัย ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อเข้าฟังบรรยายได้ - หนังสือ/ตำราเรียน ซื้อเอง-อ่านเอง
ตำรา/หนังสือเรียน จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง
– สั่งซื้อออนไลน์ที่ RU-Press Bookstore
– ซื้อด้วยตนเองได้ที่ ศูนย์หนังสือ ม.รามคำแหง อาคารสำนักพิมพ์ ชั้น 3 ดูวันเปิดจำหน่าย คลิกที่นี่ - ถ่ายทอดสดและวิดีโอย้อนหลัง
– Cyber Cloassroom ถ่ายทอดสดจากห้องเรียน*
– Course on-demand วิดีโอการบรรยายย้อนหลัง*
*ส่วนภูมิภาค ดูสดและย้อนหลังได้ทุกวิชา / ส่วนกลาง ดูสดและย้อนหลังได้เฉพาะกลุ่มวิชาศึกษาทั่วไปเท่านั้น
โปรดทราบ:
เมื่อผู้สมัครมีสถานะการเป็นนักศึกษาแล้ว สามารถเข้าฟังบรรยายที่ห้องเรียน และใช้สื่อการถ่ายทอดสดและวิดีโอย้อนหลังได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม เนื่องจากค่าสมัครและลงทะเบียนเรียนครอบคลุมสิทธิ์การใช้งานแล้ว ยกเว้น สื่อประเภท หนังสือเรียน/ตำราเรียน และวิดีโอบรรยายสรุปการสอนจากสำนักเทคโนโลยีการศึกษา นักศึกษาต้องจัดซื้อด้วยตนเอง จะซื้อหรือไม่ก็ได้ ไม่บังคับ
เริ่มก่อน = สะสมได้มากกว่า
การเรียนระบบพรีดีกรีเหมือนเป็นการออมเงิน ถ้าออมเงินตั้งแต่ทุกๆเดือนต้ังแต่มกราคม เงินสะสมก็คงมากกว่าคนที่เริ่มออมเงินเดือนตุลาคมแน่นอน ก็เหมือนกับการสะสมหน่วยกิตของระบบพรีดีกรี เช่น ถ้าสมัครเรียนพรีดีกรีขณะที่กำลังเรียนชั้นอยู่ ม.4 หรือ ปวช.1 ก็จะมีระยะเวลาสะสมหน่วยกิตยาวถึง 3 จนกว่าจะเลื่อนสถานะจบชั้น ม.6 หรือ ปวช.3 , แต่ก็ไม่ใช่ว่าคนที่กำลังเรียน ม.5-6 หรือ ปวช.2-3 จะสมัครไม่ได้นะ คุณสามารถสมัครพรีดีกรีได้ แต่ระยะเวลาสะสมหน่วยกิจอาจน้อยกว่าคนที่เริ่มต้นก่อนเท่านั้นเอง
ค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นเมื่อเรียนระบบพรีดีกรี
ค่าใช้จ่ายการสมัครและในระหว่างการเรียน
1. ค่าใช้จ่ายการสมัครเป็นนักศึกษาพรีดีกรีและลงทะเบียนเรียนภาคเรียนแรก(ต้องชำระในวันสมัครทันที)
ส่วนกลาง : ไม่เกิน 3,100 บาท
ส่วนภูมิภาค : ไม่เกิน 4,080 บาท
(รายละเอียดแบบแจกแจงค่าใช้จ่าย: คลิก)
2. ค่าลงทะเบียนเรียนในภาคเรียนต่อ ๆ ไป
ค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียนเรียนเทอมต่อๆไป ประกอบด้วย ค่าหน่วยกิต หน่วยละ 50 บาท, ค่าบำรุงการศึกษา, ค่าบริการสารสนเทศ, ค่าธรรมเนียมการสอบ(เฉพาะส่วนภูมิภาค) รวมแล้วประมาณค่าใช้จ่ายได้ดังนี้
ส่วนกลาง : สูงสุดไม่เกิน 1,700 บาท
ส่วนภูมิภาค : สูงสุดไม่เกิน 2,200 บาท
*อัตราค่าใช้จ่ายการลงทะเบียนเรียนขึ้นอยู่กับจำนวนหน่วยกิตที่ลงทะเบียนเรียน หากลงทะเบียนหน่วยกิตในภาคเรียนนั้นๆมาก ค่าใช้จ่ายจะมากตามไปด้วย ซึ่งมหาวิทยาลัยกำหนดให้ลงทะเบียนเรียน อย่างน้อย 9 หน่วยกิต/ภาคเรียน เท่านั้น แต่นักศึกษาสามารถลงทะเบียนเรียนได้สูงสุดถึง 21 หน่วยกิต
ค่าใช้จ่ายการเปลี่ยนสถานะให้เป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรี
ค่าใชัจ่ายนี้จะเกิดขึ้นเมื่อ นักศึกษาพรีดีกรีเรียนจบชั้นม.ปลาย(หรือเทียบเท่า)เรียบร้อยแล้ว ให้ทำการลาออกจากระบบพรีดีกรี และนำวุฒิการศึกษาจบชั้น ม.ปลาย(หรือเทียบเท่า) มาสมัครเป็นนักศึกษา ระดับปริญญาตรี ภาคปกติ พร้อมกับเทียบโอนหน่วยกิตที่สะสมได้เข้าสู่ระบบปริญญาตรีด้วย (การเปลี่ยนสถานะทำได้ในช่วงที่มหาวิทยาลัยเปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่) แบ่งเป็นค่าใช้จ่าย 2 ส่วน คือ
1. ค่าใช้จ่ายการสมัครเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรีและลงทะเบียนเรียนภาคเรียนแรก(ต้องชำระในวันสมัครทันที)
ส่วนกลาง : ไม่เกิน 3,750 บาท
ส่วนภูมิภาค : ไม่เกิน 4,730 บาท
2. ค่าเทียบโอนหน่วยกิตจากระบบพรีดีกรีเข้าสู่ระบบปริญญาตรี(ชำระภายหลังได้)
คิดอัตราค่าเทียบโอนหน่วยกิตละ 50 บาท เช่น หากสะสมระหว่างเรียนพรีดีกรีได้ 60 หน่วยกิต จะเป็นเงินค่าเทียบโอน 60×50= 3,000 บาท
คำถามที่พบบ่อย ? (FAQ)
หลักฐานการสมัครแปะลิงก์อยู่ด้านบนของหน้าเว็บนี้
การสมัครเข้าเรียนระบบพรีดีกรี ไม่ต้องสอบคัดเลือก เมื่อดำเนินการสมัครเสร็จสิ้นทุกขั้นตอนแล้ว ผู้สมัครจะมีสถานภาพการเป็นนักศึกษาพรีดีกรีมหาวิทยาลัยรามคำแหงทันที
เนื่องจากการเรียนพรีดีกรีเป็นการเรียนควบคู่กับระดับชั้นม.ปลาย(หรือเทียบเท่า) ดังนั้นนักศึกษาพรีดีกรีต้องให้ความสำคัญกับการเรียนที่โรงเรียน ศูนย์การศึกษากศน. หรือวิทยาลัยของตนเองเป็นหลัก และจัดลำดับความสำคัญของการเรียนพรีดีกรีรองลงมา โดยนักศึกษาพรีดีกรีไม่จำเป็นต้องเข้าฟังบรรยายที่มหาวิทยาลัย และอาจใช้สื่อการเรียนต่าง ๆ ตามความสะดวก
ใน 1 ภาคเรียน นักศึกษาจะต้องเข้าสอบไล่ปลายภาค 1 ครั้ง (หากในการสอบไล่มีวิชาที่สอบตก มีโอกาสสอบซ่อม 1 ครั้ง ช่วงกลางภาคเรียนถัดไป) โดยนักศึกษาสามารถดูกำหนดช่วงการสอบได้จาก “ปฏิทินการศึกษา”
ค่าใช้จ่ายที่จะต้องชำระในการลงทะเบียนเรียน ประกอบด้วย
(1) ค่าบำรุงการศึกษา นศ.ภาคปกติ 800 บาท / พรีดีกรี 500 บาท
(2) ค่าบริการสารสนเทศ 100 บาท
(3) ค่าหน่วยกิต ภาคปกติ หน่วยละ 25 บาท / พรีดีกรี หน่วยละ 50 บาท
ถ้าลงทะเบียนเรียนหลายวิชา ก็จะมีค่าใช้จ่ายมากขึ้นตามไปด้วย
สรุป ภาคเรียนต่อ ๆ ไป จะมีค่าใชัจ่าย 1,125 – 1,450 บาท สำหรับภาคปกติ และ ค่าใช้จ่าย 1,050-1,700 บาท สำหรับพรีดีกรี
ค่าใช้จ่ายที่ชำระในการสมัคร ไม่รวมค่าหนังสือ/ตำราเรียน ดังนั้นหากนักศึกษาต้องการ จะต้องดำเนินการจัดซื้อด้วยตนเอง
ราคาหนังสือ
ตรวจสอบราคาหนังสือ/ตำราเรียนของมหาวิสามารถตรวจสอบราคาหนังสือแต่ละเล่มได้ที่เว็บไซต์ของสำนักพิมพ์ ม.ร. http://www.rupress.ru.ac.th/bookstore/ และทำการค้นหาชื่อหนังสือตามรหัสวิชาตามที่ต้องการ