พรีดีกรี

Pre-degree

ระบบสะสมหน่วยกิตมหาวิทยาลัยเกริกล่วงหน้า

ช่องทาง และกำหนดวันรับสมัครนักศึกษาใหม่ Pre-degree

        มหาวิทยาลัยเปิดรับสมัคร ระดับปริญญาตรี(ภาคปกติ)และพรีดีกรีพร้อมกัน ส่วนกลางเปิดรับสมัครปีการศึกษาละ 2 ครั้ง คือ ภาคเรียนที่ 1 และภาคเรียนที่ 2 | ส่วนภูมิภาค เปิดรับสมัครเฉพาะภาคเรียนที่ 1 เท่านั้น (แต่จะสมัครส่วนไหนดี ? คิดไม่ออก คลิกตรงนี้) โดยผู้สนใจสมัครเรียนที่มีวุฒิจบการศึกษาตั้งแต่ระดับมัธยชมศึกษาปีที่ 3 เรียบร้อยแล้ว(และกำลังศึกษาชั้นมัธยมปลาย หรือเทียบเท่า) สามารถสมัครเป็นนักศึกษาภาคเรียนใดก็ได้ ช่องทางใดก็ได้ ตามวันเวลาที่กำหนด และความสะดวกดังต่อไปนี้

สมัครผ่านระบบออนไลน์

รับสมัคร ภาค 1/2568 ช่วงเดือน พฤษภาคม – มิถุนายน 2568

สมัครด้วยตนเองที่มหาวิทยาลัย

รับสมัคร ภาค 1/2568 ช่วงเดือน พฤษภาคม – มิถุนายน 2568

สมัครผ่านไปรษณีย์

รับสมัคร ภาค 1/2568 ช่วงเดือน พฤษภาคม – มิถุนายน 2568

ใบสมัคร และระเบียบการรับสมัคร

ใบสมัคร
        การรับสมัครนักศึกษาใหม่ ระดับปริญญาตรี(ภาคปกติ) และพรีดีกรี ในครั้งนี้ ไม่มีการจำหน่ายใบสมัคร ผู้สมัครด้วยตนเองที่มหาวิทยาลัยรับใบสมัครได้ที่จุดรับสมัคร, ผู้สมัครผ่านระบบออนไลน์ กรอกใบสมัครในระบบ
ระเบียบการรับสมัครฯ
        การรับสมัครนักศึกษาใหม่ ระดับปริญญาตรี(ภาคปกติ) และพรีดีกรี ในครั้งนี้ ไม่มีการจำหน่ายระเบียบการรับสมัคร โดยผู้สมัครสามารถดาวน์โหลดระเบียบการรับสมัครฯ ซึ่งมีรายละเอียดต่าง ๆ ประกอบด้วย คุณสมบัติผู้สมัคร, หลักฐานการสมัคร, อัตราค่าใช้จ่าย, สาขาวิชาที่เปิดรับสมัคร, เกณฑ์การเทียบโอนหน่วยกิต และข้อมูลสำคัญอื่น ๆ กดลิงก์ต่อไปนี้เพื่อดาวน์โหลด

ปกติแล้ว…ชีวิตเด็กมหาลัยเริ่มต้นอายุเท่าไหร่ ?
        หลายๆคนคงจะเริ่มนับ 1 ในชีวิตมหาวิทยาลัยเมื่อจบ ม.6 ตอนที่อายุ 18-19 ปี มันคือการเปลี่ยนระบบการเรียนจากโรงเรียน/วิทยาลัยให้ก้าวเข้าสู่ระบบมหาวิทยาลัย ที่ต้องใช้ความรับผิดชอบมากขึ้นไปอีก แต่จะดีกว่าไหมถ้าจะก้าวเข้าสู่ระบบการเรียนแบบมหาวิทยาลัยควบคู่ขณะกำลังเรียนชั้น ม.4/ปวช.

จะดีไหม…ถ้าก้าวสู่มหาวิทยาลัยตั้งแต่ตอนนี้
        เริ่มนับ 1 ในชีวิตมหาวิทยาลัยตั้งแต่อายุ 16 ด้วยระบบพรีดีกรี กับการเรียนควบคู่ชั้นม.ปลาย(หรือเทียบเท่า)ไปพร้อมกับการสอบสะสมหน่วยกิตของมหาวิทยาลัยรามคำแหง เริ่มต้นก่อนก็ถึงเส้นชัยก่อน

พรีดีกรี คืออะไร ?
       พรีดีกรี เป็นระบบการเรียนเพื่อสอบสะสมหน่วยกิตในระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยรามคำแหงแบบล่วงหน้า เปิดให้ผู้ที่สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นแล้ว(จบ ม.3 แล้ว) สามารถสมัครเรียนสะสมหน่วยกิตของแผนการเรียนระดับปริญญาตรีในสาขาวิชาที่สนใจจะเรียนต่อในระดับปริญญาตรีในอนาคต
        หากสอบสะสมหน่วยกิตได้มากน้อยเพียงใด ก็ช่วยลดระยะเวลาการเรียนระดับปริญญาตรีในอนาคตได้ เพราะได้สอบสะสมหน่วยกิตล่วงหน้าไว้แล้ว

รูปแบบการเรียน
        รูปแบบการเรียนระบบพรีดีกรีเหมือนกับนักศึกษาระดับปริญญาตรี ภาคปกติ ของมหาวิทยาลัยรามคำแหงทุกประการ เช่น ระบบปฏิทินการศึกษา, สื่อการเรียน, ข้อสอบ, เกณฑ์การวัดผล ซึ่งจะช่วยในการพัฒนาศักยภาพของนักเรียน รู้จักการวางแผนการเรียนและการบริหารเวลาของตนเองอีกด้วย
        นักศึกษาพรีดีกรีมักอ่านหนังสือ ทำความเข้าใจบทเรียนด้วยเอง ไม่จำเป็นต้องเข้าฟังบรรยายที่มหาวิทยาลัย และยังมีสิทธิ์เข้าสอบไล่ปลายภาคที่มหาวิทยาลัยตามปกติ

พรีดีกรี เหมาะกับใคร ?
        พรีดีกรี เหมาะอย่างยิ่งสำหรับนักเรียนที่กำลังเรียนอยู่ชั้น ม.ปลาย(หรือเทียบเท่า) ได้แก่ นักเรียน ม.ปลาย สายสามัญ, นักศึกษาระบบ กศน. ม.ปลาย, รวมไปถึงนักศึกษา ปวช.-ปวส. และมีความสนใจที่จะเรียนระดับปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง
        เช่น นักเรียนชั้น ม.4 เมื่อสมัครเรียนพรีดีกรีแล้ว มีโอกาสในการสะสมหน่วยกิตได้ยาวนานถึง 3 ปีจนกว่าจะจบชั้น ม.6 เมื่อมีเวลามากก็มีโอกาสสะสมหน่วยกิตได้มากตามไปด้วย
        ✔ เรียนจบ ม.3 แล้ว และกำลังเรียน ม.ปลาย (กำลังเรียน ม.4, 5, 6)
        ✔ เรียนจบ ม.3 แล้ว และกำลังเรียน กศน. ม.ปลาย
        ✔ เรียนจบ ม.3 แล้ว และกำลังเรียน ปวช. (กำลังเรียน ปวช.1,2,3) หรือ ปวส. (กำลังเรียน ปวส.1,2,3)
        ✔ เป็นผู้ที่วางแผนเรียนระดับปริญญาตรีที่ ม.รามคำแหง ในอนาคต
        ✘ เรียนจบ ม.3 แล้ว แต่ยังไม่วางแผนเรียน ม.ปลาย หรือเทียบเท่า ให้ไปวางแผนการเรียนระดับ ม.ปลาย(หรือเทียบเท่า)ก่อน

ทำไมต้องเรียน ม.ปลาย(หรือเทียบเท่า) ควบคู่กับพรีดีกรี
        ผู้ที่มีสถานะเป็นนักศึกษาพรีดีกรี ไม่สามารถแจ้งจบการศึกษาเพื่อเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรได้ โดยผู้ที่มีสิทธิ์แจ้งจบการศึกษาและรับปริญญาบัตรได้คือผู้ที่มีสถานะเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรี ดังนั้น นักศึกษาพรีดีกรีจะต้องเลื่อนสถานะตนเองให้เป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรีเมื่อเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย(หรือเทียบเท่า)
หากไม่เรียนชั้น ม.ปลาย(หรือเทียบเท่า)ก็จะไม่มีสิทธิ์เลื่อนสถานะเป็นระดับปริญญาตรีเพื่อเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตร

พรีดีกรี คือ ช่วงเวลาค้นหาตัวเอง
“…ปีแรกๆชอบรัฐศาสตร์ ปีหน้าอาจจะเปลี่ยนใจชอบสื่อสารมวลชนขึ้นมาก็ได้นี่นา…”
        การเรียนที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง เปิดโอหาสให้ทุกคนได้มีเวลาค้นหาตัวเอง โดยเฉพาะเรื่องการเรียน และนักศึกษาพรีดีกรีเป็น “นักศึกษาพรีดีกรี” ไม่ใช่นักศึกษาของคณะใดคณะหนึ่ง แต่ตอนสมัครเรียนเขาจะให้เราเลือกคณะไปแล้วนี่นา? ใช่แล้ว การที่มหาวิทยาลัยให้เราเลือกคณะตั้งแต่ตอนที่สมัคร ก็เพราะมหาวิทยาลัยจะได้เลือกวิชาในคณะที่เราสนใจมาให้เราเรียนและสอบในภาคเรียนนี้ มันเป็นการอำนวยความสะดวกให้ตอนสมัครครั้งแรกเท่านั้น
        สมมติ ถ้าตอนนี้ชอบรัฐศาสตร์และมุ่งมั่นว่าในอนาคตก็จะเรียนคณะรัฐศาสตรแน่ ๆ เราก็จะหยิบวิชาของรัฐศาสตร์มาสอบสะสมไว้ในระบบพรีดีกรีเรื่อย ๆ ไปก่อน มันจะเป็นตัวช่วยให้เราเรียนจบรัฐศาสตร ตอนเลื่อนสถานะเป็นนักศึกษาปริญญาตรีได้เร็วขึ้น
        แต่ถ้าเรียนไปแล้วเกิดเปลี่ยนใจขึ้นมาล่ะ ? ก็อย่างที่บอกว่า “พรีดีกรีไม่สังกัดคณะใดๆ” ถ้าเรียนอยู่ดี ๆ เราไม่ชอบรัฐศาสตร์แล้ว แต่หันไปชอบสื่อสารมวลชนแทน เราก็เปลี่ยนไปหยิบวิชาของคณะสื่อสารมวลชนมาสอบสะสมต่อได้เลย ไม่ต้องแจ้งใคร ไม่ต้องแจ้งมหาวิทยาลัย แค่นี้เอง “…ปีแรกๆชอบรัฐศาสตร์ ปีหน้าอาจจะเปลี่ยนใจชอบสื่อสารมวลชนขึ้นมาก็ได้นี่นา…”

เรียนพรีดีกรี จะได้รับปริญญาไหม ?
        อย่างที่บอกไปตอนต้นว่า นักศึกษาระบบพรีดีกรีไม่สามารถแจ้งจบการศึกษาเพื่อเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรได้ จนกว่าจะเลื่อนสถานะจากพรีดีกรีให้เป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรีเสียก่อน ซึ่งหน่วยกิตที่ได้สะสมไว้ จะทำให้เราได้รับปริญญาไวกว่าเพื่อน ๆ

        ตัวอย่าง นาย A เป็นนักเรียนชั้น ม.4 อายุ 16 ปี สมัครเรียนในแผนการเรียนคณะนิติศาสตร์ (แผนการเรียน 140 หน่วยกิต) ผ่านไป 3 ปี สามารถสอบสะสมหน่วยกิตได้ 100 หน่วยกิต (วงกลมสีเขียว) สอบสะสมอีกเพียง 40 หน่วยกิต ก็จะเรียนครบตามแผนการเรียนแล้ว และในตอนนี้เขาก็เรียนจบชั้น ม.6 พอดี จึงทำการเลื่อนสถานะตนเองให้เป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรีและเทียบโอนหน่วยกิตที่สะสมได้ (วิธีการเลื่อนสถานะตนเองคือ ลาออกจากพรีดีกรี และยื่นวุฒิจบ ม.6 เพื่อสมัครเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรีพร้อมเทียบโอนหน่วยกิตจำนวน 100 หน่วยตามไปด้วย) ในตอนนี้นาย A เป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรีแล้ว แล้วยังมีหน่วยกิตสะสมถึง 100 หน่วยกิต เขาเพียงสอบสะสมหน่วยกิตที่เหลือ (วงกลมสีแดง) ให้ครบ ก็จะจบการศึกษาระดับปริญญาตรีได้ และด้วยหน่วยกิตที่เหลือเพียง 40 หน่วยกิต เขาสามารถสอบสะสมทั้งหมดได้ภายใน 1 ปีการศึกษา เขามีโอกาสจบปริญญาตรีตั้งแต่อายุ 19 ปีได้เลย

  1. จบ ม.3
    พรีดีกรี
        สมัครเรียนระบบพรีดีกรี ด้วยวุฒิจบชั้น ม.3 และสอบสะสมหน่วยกิตในสาขาวิชาที่สนใจควบคู่กับการเรียน ม.ปลาย หรือเทียบเท่า (กศน.-ปวช.-ปวส.)
  2. จบ ม.6
    เปลี่ยนระบบ
        เปลี่ยนระบบจากพรีดีกรีให้ ป.ตรี โดยการเทียบโอนหน่วยกิตที่สอบสะสมได้จากพรีดีกรี หากสะสมได้เยอะก็เหลือวิชาที่ต้องเรียนตอน
    ป.ตรี น้อยลงเท่านั้น
    ค่าเทียบโอน
        หน่วยกิตx50 = ค่าเทียบโอน
  3. เริ่มเรียน ป.ตรี
    ปริญญาตรี
        เข้าสอบสะสมหน่วยกิตที่เหลือให้ครบหลักสูตร
        หากสอบสะสมจากพรีดีกรีได้เยอะ ก็เหลือวิชาที่ต้องเรียนน้อยกว่า
  4. จบ ป.ตรี
    จบการศึกษา

เรียนอย่างไร ?
        รูปแบบการเรียน ระบบพรีดีกรี เหมือนกับ ระดับปริญญาตรี (ภาคปกติ) ทุกประการ คือ ไม่บังคับเข้าชั้นเรียน จัดรูปแบบการศึกษาแบบ Hybrid คือ อาจารย์จัดบรรยายในห้องเรียนที่มหาวิทยาลัยเป็นหลัก บรรยายเฉพาะวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 7.20-17.20 น. และมีการบรรยายสรุปเสาร์-อาทิตย์เฉพาะนักศึกษาส่วนภูมิภาค สรุปรูปแบบการเรียนได้ดังนี้

  • ฟังบรรยายที่ห้องเรียน
    มหาวิทยาลัยมีห้องบรรยายทุกระบวนวิชา นักศึกษาสามารถเดินทางมาที่มหาวิทยาลัย ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค เพื่อเข้าฟังบรรยายได้
  • หนังสือ/ตำราเรียน ซื้อเอง-อ่านเอง
    ตำรา/หนังสือเรียน จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามคำแหง
         – สั่งซื้อออนไลน์ที่ RU-Press Bookstore
         – ซื้อด้วยตนเองได้ที่ ศูนย์หนังสือ ม.รามคำแหง อาคารสำนักพิมพ์ ชั้น 3 ดูวันเปิดจำหน่าย คลิกที่นี่
  • ถ่ายทอดสดและวิดีโอย้อนหลัง
         – Cyber Cloassroom ถ่ายทอดสดจากห้องเรียน*
         – Course on-demand วิดีโอการบรรยายย้อนหลัง*
    *ส่วนภูมิภาค ดูสดและย้อนหลังได้ทุกวิชา / ส่วนกลาง ดูสดและย้อนหลังได้เฉพาะกลุ่มวิชาศึกษาทั่วไปเท่านั้น

โปรดทราบ:
        เมื่อผู้สมัครมีสถานะการเป็นนักศึกษาแล้ว สามารถเข้าฟังบรรยายที่ห้องเรียน และใช้สื่อการถ่ายทอดสดและวิดีโอย้อนหลังได้ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม เนื่องจากค่าสมัครและลงทะเบียนเรียนครอบคลุมสิทธิ์การใช้งานแล้ว ยกเว้น สื่อประเภท หนังสือเรียน/ตำราเรียน และวิดีโอบรรยายสรุปการสอนจากสำนักเทคโนโลยีการศึกษา นักศึกษาต้องจัดซื้อด้วยตนเอง จะซื้อหรือไม่ก็ได้ ไม่บังคับ

เริ่มก่อน = สะสมได้มากกว่า
        การเรียนระบบพรีดีกรีเหมือนเป็นการออมเงิน ถ้าออมเงินตั้งแต่ทุกๆเดือนต้ังแต่มกราคม เงินสะสมก็คงมากกว่าคนที่เริ่มออมเงินเดือนตุลาคมแน่นอน ก็เหมือนกับการสะสมหน่วยกิตของระบบพรีดีกรี เช่น ถ้าสมัครเรียนพรีดีกรีขณะที่กำลังเรียนชั้นอยู่ ม.4 หรือ ปวช.1 ก็จะมีระยะเวลาสะสมหน่วยกิตยาวถึง 3 จนกว่าจะเลื่อนสถานะจบชั้น ม.6 หรือ ปวช.3 , แต่ก็ไม่ใช่ว่าคนที่กำลังเรียน ม.5-6 หรือ ปวช.2-3 จะสมัครไม่ได้นะ คุณสามารถสมัครพรีดีกรีได้ แต่ระยะเวลาสะสมหน่วยกิจอาจน้อยกว่าคนที่เริ่มต้นก่อนเท่านั้นเอง

ค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นเมื่อเรียนระบบพรีดีกรี

ค่าใช้จ่ายการสมัครและในระหว่างการเรียน

1. ค่าใช้จ่ายการสมัครเป็นนักศึกษาพรีดีกรีและลงทะเบียนเรียนภาคเรียนแรก(ต้องชำระในวันสมัครทันที)
ส่วนกลาง : ไม่เกิน 3,100 บาท
ส่วนภูมิภาค : ไม่เกิน 4,080 บาท
(รายละเอียดแบบแจกแจงค่าใช้จ่าย: คลิก)

2. ค่าลงทะเบียนเรียนในภาคเรียนต่อ ๆ ไป
ค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียนเรียนเทอมต่อๆไป ประกอบด้วย ค่าหน่วยกิต หน่วยละ 50 บาท, ค่าบำรุงการศึกษา, ค่าบริการสารสนเทศ, ค่าธรรมเนียมการสอบ(เฉพาะส่วนภูมิภาค) รวมแล้วประมาณค่าใช้จ่ายได้ดังนี้
ส่วนกลาง : สูงสุดไม่เกิน 1,700 บาท
ส่วนภูมิภาค : สูงสุดไม่เกิน 2,200 บาท

*อัตราค่าใช้จ่ายการลงทะเบียนเรียนขึ้นอยู่กับจำนวนหน่วยกิตที่ลงทะเบียนเรียน หากลงทะเบียนหน่วยกิตในภาคเรียนนั้นๆมาก ค่าใช้จ่ายจะมากตามไปด้วย ซึ่งมหาวิทยาลัยกำหนดให้ลงทะเบียนเรียน อย่างน้อย 9 หน่วยกิต/ภาคเรียน เท่านั้น แต่นักศึกษาสามารถลงทะเบียนเรียนได้สูงสุดถึง 21 หน่วยกิต

ค่าใช้จ่ายการเปลี่ยนสถานะให้เป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรี

ค่าใชัจ่ายนี้จะเกิดขึ้นเมื่อ นักศึกษาพรีดีกรีเรียนจบชั้นม.ปลาย(หรือเทียบเท่า)เรียบร้อยแล้ว ให้ทำการลาออกจากระบบพรีดีกรี และนำวุฒิการศึกษาจบชั้น ม.ปลาย(หรือเทียบเท่า) มาสมัครเป็นนักศึกษา ระดับปริญญาตรี ภาคปกติ พร้อมกับเทียบโอนหน่วยกิตที่สะสมได้เข้าสู่ระบบปริญญาตรีด้วย (การเปลี่ยนสถานะทำได้ในช่วงที่มหาวิทยาลัยเปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่) แบ่งเป็นค่าใช้จ่าย 2 ส่วน คือ

1. ค่าใช้จ่ายการสมัครเป็นนักศึกษาระดับปริญญาตรีและลงทะเบียนเรียนภาคเรียนแรก(ต้องชำระในวันสมัครทันที)
ส่วนกลาง : ไม่เกิน 3,750 บาท
ส่วนภูมิภาค : ไม่เกิน 4,730 บาท

2. ค่าเทียบโอนหน่วยกิตจากระบบพรีดีกรีเข้าสู่ระบบปริญญาตรี(ชำระภายหลังได้)
คิดอัตราค่าเทียบโอนหน่วยกิตละ 50 บาท เช่น หากสะสมระหว่างเรียนพรีดีกรีได้ 60 หน่วยกิต จะเป็นเงินค่าเทียบโอน 60×50= 3,000 บาท

คำถามที่พบบ่อย ? (FAQ)

หลักฐานการสมัครแปะลิงก์อยู่ด้านบนของหน้าเว็บนี้

การสมัครเข้าเรียนระบบพรีดีกรี ไม่ต้องสอบคัดเลือก เมื่อดำเนินการสมัครเสร็จสิ้นทุกขั้นตอนแล้ว ผู้สมัครจะมีสถานภาพการเป็นนักศึกษาพรีดีกรีมหาวิทยาลัยรามคำแหงทันที

เนื่องจากการเรียนพรีดีกรีเป็นการเรียนควบคู่กับระดับชั้นม.ปลาย(หรือเทียบเท่า) ดังนั้นนักศึกษาพรีดีกรีต้องให้ความสำคัญกับการเรียนที่โรงเรียน ศูนย์การศึกษากศน. หรือวิทยาลัยของตนเองเป็นหลัก และจัดลำดับความสำคัญของการเรียนพรีดีกรีรองลงมา โดยนักศึกษาพรีดีกรีไม่จำเป็นต้องเข้าฟังบรรยายที่มหาวิทยาลัย และอาจใช้สื่อการเรียนต่าง ๆ ตามความสะดวก

ใน 1 ภาคเรียน นักศึกษาจะต้องเข้าสอบไล่ปลายภาค 1 ครั้ง (หากในการสอบไล่มีวิชาที่สอบตก มีโอกาสสอบซ่อม 1 ครั้ง ช่วงกลางภาคเรียนถัดไป) โดยนักศึกษาสามารถดูกำหนดช่วงการสอบได้จาก “ปฏิทินการศึกษา”

ค่าใช้จ่ายที่จะต้องชำระในการลงทะเบียนเรียน ประกอบด้วย
(1) ค่าบำรุงการศึกษา นศ.ภาคปกติ 800 บาท / พรีดีกรี 500 บาท
(2) ค่าบริการสารสนเทศ 100 บาท
(3) ค่าหน่วยกิต ภาคปกติ หน่วยละ 25 บาท / พรีดีกรี หน่วยละ 50 บาท
ถ้าลงทะเบียนเรียนหลายวิชา ก็จะมีค่าใช้จ่ายมากขึ้นตามไปด้วย
สรุป ภาคเรียนต่อ ๆ ไป จะมีค่าใชัจ่าย 1,125 – 1,450 บาท สำหรับภาคปกติ และ ค่าใช้จ่าย 1,050-1,700 บาท สำหรับพรีดีกรี

ค่าใช้จ่ายที่ชำระในการสมัคร ไม่รวมค่าหนังสือ/ตำราเรียน ดังนั้นหากนักศึกษาต้องการ จะต้องดำเนินการจัดซื้อด้วยตนเอง

ราคาหนังสือ
ตรวจสอบราคาหนังสือ/ตำราเรียนของมหาวิสามารถตรวจสอบราคาหนังสือแต่ละเล่มได้ที่เว็บไซต์ของสำนักพิมพ์ ม.ร. http://www.rupress.ru.ac.th/bookstore/ และทำการค้นหาชื่อหนังสือตามรหัสวิชาตามที่ต้องการ

Pre-degree

ระบบสะสมหน่วยกิตมหาวิทยาลัยรามคำแหงล่วงหน้า

หนังสือยินยอมให้เก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาต่อ หรือสนใจข้อมูลของมหาวิทยาลัย


ด้วยพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ.2562 เป็นกฎหมายที่มีเจตนารมณ์เพื่อคุ้มครองสิทธิความเป็นส่วนตัวของข้อมูลส่วนบุคคลโดยกำหนดให้การเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลจะต้องขอความยินยอมพร้อมทั้งแจ้งวัตถุประสงค์ให้เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลทราบโดยชัดแจ้งเว้นแต่เป็นการดำเนินการที่กฎหมายอนุญาตให้ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อประมวลผลโดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล

โดยหนังสือฉบับนี้ มหาวิทยาลัยเกริก หรือ “มหาวิทยาลัย” ถือเป็นผู้ควบคุมข้อมูลที่มีหน้าที่ตามกฎหมายในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ในการครอบครองหรือควบคุมของมหาวิทยาลัย มีความประสงค์ขอความยินยอมในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นทั้งข้อมูลทั่วไปและข้อมูลอ่อนไหวสำหรับสำหรับผู้ที่สนใจศึกษาต่อ หรือสนใจข้อมูลของมหาวิทยาลัยเพื่อติดต่อสื่อสารให้ข้อมูลหรือคำแนะนำ หรือทำการตลาด หรือจัดกิจกรรมประชาสัมพันธ์ และให้คำแนะนำด้านการเรียน ตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในหนังสือแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาต่อ

สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาต่อ หรือสนใจข้อมูลของมหาวิทยาลัยหรือ “ข้าพเจ้า” ขอให้ความยินยอมกับมหาวิทยาลัยในการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ดังนี้

(1) ข้าพเจ้ายินยอมให้มหาวิทยาลัยเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของข้าพเจ้าที่เป็นทั้งข้อมูลทั่วไปและข้อมูลอ่อนไหว เพื่อให้มหาวิทยาลัยนำไปใช้ตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ใน หนังสือแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาต่อ

(2) ข้าพเจ้ายินยอมให้มหาวิทยาลัยเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของข้าพเจ้าจากแหล่งที่มาตามที่ระบุไว้ใน หนังสือแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาต่อ

(3) ข้าพเจ้ายินยอมให้มหาวิทยาลัยเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของข้าพเจ้า เท่าที่ระบุไว้ใน หนังสือแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาต่อ เว้นแต่กรณีจำเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลต่อไปตามที่กฎหมายกำหนด

(4) ข้าพเจ้ายินยอมให้มหาวิทยาลัยและผู้ปฏิบัติงานอื่นของมหาวิทยาลัยนำข้อมูลส่วนบุคคลของข้าพเจ้าที่ได้เก็บรวบรวม ใช้ เพื่อนำไปดำเนินการจัดการศึกษาหรือกิจการอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยตามที่ระบุไว้ใน หนังสือแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาต่อ

(5) ข้าพเจ้ายินยอมให้มหาวิทยาลัยเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของข้าพเจ้าให้แก่หน่วยงานของรัฐและหน่วยงานภายนอก ตามที่ระบุไว้ใน หนังสือแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาต่อ

(6) ในกรณีที่มหาวิทยาลัยมีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังต่างประเทศ (ถ้ามี) มหาวิทยาลัยจะขอความยินยอมจากข้าพเจ้าอีกครั้งตามที่ระบุไว้ใน หนังสือแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาต่อ

(7) ข้าพเจ้าทราบว่าข้าพเจ้ามีสิทธิตามที่ระบุไว้ใน หนังสือแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาต่อ และมีสิทธิที่จะเพิกถอนความยินยอมทั้งหมดหรือบางส่วนเมื่อใดก็ได้โดยแจ้งให้มหาวิทยาลัยทราบและมหาวิทยาลัยอาจขอทราบเหตุผลแห่งการนั้นได้ แต่การเพิกถอนความยินยอมนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อความยินยอมที่ข้าพเจ้าได้ให้ไปก่อนหน้านี้ ในกรณีที่การเพิกถอนความยินยอมกระทบต่อสิทธิหรือหน้าที่ใดๆ ของข้าพเจ้า หรือทำให้ข้าพเจ้าไม่ได้รับสิทธิประโยชน์หรือการบริการจากมหาวิทยาลัยอีกต่อไป ข้าพเจ้ายอมรับผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการนั้นได้

ข้าพเจ้าได้อ่านและเข้าใจในหนังสือแจ้งการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Notice) สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาต่อ หรือสนใจข้อมูลของมหาวิทยาลัยโดยตลอดแล้วและข้าพเจ้าขอรับรองว่าข้อมูลที่ได้ให้ไว้กับมหาวิทยาลัยถูกต้องตามความเป็นจริงทุกประการ หากข้อมูลดังกล่าวไม่ถูกต้องตามความเป็นจริงท่านตกลงยินยอมให้มหาวิทยาลัยดำเนินการตามกฎหมายหรือชดใช้ความเสียหายที่เกิดขึ้น แล้วแต่กรณี

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุ๊กกี้โดยเปิด/ปิด คุ๊กกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้นคุ๊กกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้สำหรับวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากไม่ยินยอม ให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

บันทึก