เมื่อวันพุธที่ 21 สิงหาคม 2567 เวลา 9.00 น. ณ ห้องประชุมวิชาการนานาชาติ สำนักงานการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยเกริก ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารจากสมาคมการบัญชีแห่งประเทศอินโดนีเซีย (Accounting Association of Indonesia IAI) และสภาการบัญชี การจัดการและเศรษฐกิจ (Accounting, Management and Economic Forum FAME), ประเทศอินโดนีเซีย จำนวน 39 ท่าน ในโอกาสเดินทางเยือนมหาวิทยาลัยเกริกและร่วมงานสัมมนาวิชาการนานาชาติ ในหัวข้อ“ปัญญาประดิษฐ์และแนวโน้มธุรกิจในปี 2024”
ในช่วงต้นของการสัมมนา ได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.จรัญ มะลูลีม รองอธิการบดีฝ่ายการต่างประเทศและคณบดีวิทยาลัย นานาชาติอิสลามกรุงเทพ กล่าวเปิดงาน โดยกล่าวว่า ในปัจจุบันเราเดินทางมาถึงจุดบรรจบกันระหว่างเทคโนโลยีและภาคธุรกิจ ซึ่งปัญญาประดิษฐ์ (AI) มีผลสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจทั่วโลก การบรรจบกันจะไม่ใช่อนาคตอีกต่อไปแต่มันคือความจริงที่มีผลต่อการปรับตัวของเราทุกคน
ในขณะที่ รศ. สุพัฒน์ ธีรเวชเจริญชัย รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ในโอกาสกล่าวต้อนรับว่า ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เป็นพลังแบบไดนามิคที่เปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรม เศรษกิจและสังคมทั่วโลก จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องอยู่ในแนวหน้าของการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ เพื่อก้าวให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
ขณะเดียวกัน Prof.Dr.Puji Handayati ในฐานะผู้แทนคณะกรรมการโครงการวิชาการนานาชาติ (IAP) ประเทศอินโดนีเซีย กล่าวว่ารู้สึกปลาบปลื้ม ปิติยินดีเป็นอย่างยิ่งกับการต้อนรับของคณะผู้บริหารจากมหาวิทยาลัยเกริก การเดินทางของคณะผู้บริหารสภาวิชาชีพการบัญชีในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากความร่วมมือของ 13 มหาวิทยาลัยที่ต้องการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ ทำให้เกิดโครงการนี้ขึ้น โดยมหาวิทยาลัยเกริกมีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในอินโดนีเซีย และเมื่อเดินทางมาเยือนก็ได้รับรู้ถึงความพร้อมทั้งในด้านวิชาการและกำลังทรัพยากรมนุษย์
ในช่วงของการสัมมนา ได้รับเกียรติจาก ดร. ชุณหพงศ์ ไทยอุปถัมภ์ ผู้ช่วยรองอธิการบดีฝ่ายกิจการพิเศษ
(ฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ) เป็นวิทยากรสัมมนาในหัวข้อ การตระหนักรู้เกี่ยวกับ AI เชิงสร้างสรรค์ในด้านการศึกษา (Generative AI Awareness in Education) และได้รับเกียรติจาก Prof. Dr. Grahita Chandrarin จากมหาวิทยาลัย Universitas Merdeka Malang เป็นวิทยากรในหัวข้อ The future of Business Intelligence โดยมี Mr. Hlaing Minn Khant หัวหน้าฝ่ายการศึกษา สำนักงานการต่างประเทศ เป็นผู้ดำเนินรายการ บรรยากาศการสัมมนาเต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้ด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่จากวิทยากร ทั้งในแง่มุมของการศึกษา เศรษฐกิจและภาคธุรกิจ
นอกจากนี้ คณาจารย์บางส่วนจากคณะกรรมการโครงการวิชาการนานาชาติ (IAP) ยังจัดกิจกรรมการสอนหนังสือ ในโครงการ Teaching Mobility ให้กับนักศึกษาวิทยาลัยนานาชาติ และวิทยาลัยนานาชาติอิสลามกรุงเทพอีกด้วย
ในช่วงท้ายของการสัมมนาฯ มีพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ระหว่างมหาวิทยาลัยเกริกและ
13 มหาวิทยาลัยจากประเทศอินโดนีเซีย โดยมีกรอบความร่วมมือที่สำคัญ อาทิ โครงการแลกเปลี่ยนงานวิชาการ งานวิจัย การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ร่วมกัน โครงการแลกเปลี่ยนคณาจารย์และนักศึกษา โครงการนักศึกษาฝึกงาน นับเป็นก้าวสำคัญของมหาวิทยาลัยเกริกในการพัฒนาและยกระดับมหาวิทยาลัยเกริกในเวทีระดับนานาชาติ


