เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 หลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาผู้นำทางการเมืองและการปกครอง ได้จัด “โครงการเสริมสร้างผู้นำทางการเมือง: เรียนรู้กระบวนการรัฐสภาและวิถีประชาธิปไตย” นำร่องเปิดห้องเรียนนอกสถานที่ ณ อาคารรัฐสภา เพื่อให้นักศึกษาได้สัมผัสประสบการณ์จริงจากศูนย์กลางอำนาจนิติบัญญัติของชาติ
คณะผู้เข้าร่วมโครงการนำโดย ผศ.ประคอง สุคนธจิตต์ รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะศิลปศาสตร์, ผศ.ดร.บัณฑิต อารอมัน ผู้อำนวยการหลักสูตรรัฐศาสตรมหาบัณฑิตฯ, ดร.นัศรุณ กูใหญ่ ผู้อำนวยการสำนักการศึกษาพิเศษ, อ.มูฮำหมัด รักไทรทอง หัวหน้าสาขาผู้นำทางการเมืองฯ และ อ.กุณภาณัฏฐ์ สุวรรณนุรักษ์ ประธานโครงการ พร้อมด้วยนักศึกษาสาขาผู้นำทางการเมืองฯ และนักศึกษาต่างชาติจากวิทยาลัยนานาชาติบริทิช เข้าร่วมรวมกว่า 50 คน
ความโดดเด่นของโครงการนี้คือการทลายกรอบการเรียนรู้แบบเดิมและก้าวข้ามพรมแดนทางวัฒนธรรม โดยนำผู้เรียนที่มีแนวคิดและสัญชาติต่างกันมาเรียนรู้ร่วมกัน ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการสร้างบรรยากาศการแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิถีประชาธิปไตยในมุมมองที่หลากหลาย เพื่อวางรากฐาน “ภาวะผู้นำทางการเมืองที่สร้างสรรค์” ที่พร้อมเปิดรับความแตกต่างและบูรณาการความคิดสู่การแก้ปัญหาในระดับสากล
กิจกรรมไฮไลต์คือการรับฟังบรรยายพิเศษหัวข้อ “บทบาทของสถาบันนิติบัญญัติกับภาวะผู้นำทางการเมืองในการพัฒนาประเทศ” โดยได้รับเกียรติจาก นายชิบ จิตนิยม สมาชิกวุฒิสภา เป็นวิทยากร การบรรยายได้เจาะลึกถึงกลไกการทำงานของรัฐสภาและหลักธรรมาภิบาล พร้อมเน้นย้ำว่าผู้นำทางการเมืองที่แท้จริงต้องเปี่ยมด้วยจริยธรรม ความรับผิดชอบต่อส่วนรวม และมีวิสัยทัศน์ในการขับเคลื่อนนโยบายเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน
นอกจากมิติทางวิชาการ ผู้เข้าร่วมยังได้เรียนรู้เชิงประจักษ์ผ่านการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์รัฐสภา เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์และรากฐานระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมถึงเข้าชมห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ห้องประชุมสุริยัน) ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญในการตรากฎหมายของประเทศ การลงพื้นที่จริงครั้งนี้ช่วยสร้างแรงบันดาลใจและปลุกจิตสำนึกความเป็นพลเมืองให้กับคนรุ่นใหม่ได้อย่างลึกซึ้ง
“โครงการเสริมสร้างผู้นำทางการเมืองฯ” จึงเป็นมากกว่าการทัศนศึกษา แต่เป็นกระบวนการหล่อหลอมองค์ความรู้ทางรัฐศาสตร์ หลักนิติธรรม และจิตวิญญาณประชาธิปไตย นับเป็นก้าวสำคัญของหลักสูตรฯ ในการเตรียมความพร้อมให้เยาวชนไทยและนานาชาติ ก้าวขึ้นเป็นผู้นำทางการเมืองที่สร้างสรรค์ และพร้อมขับเคลื่อนสังคมโลกไปสู่ทิศทางที่ดีขึ้นในอนาคตอันใกล้


