เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 คณะผู้บริหาร มหาวิทยาลัยเกริก นำโดย ศาสตราจารย์ ดร. จรัส มะลูลีม รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกริก, อาจารย์ กัปตัน ดร. อำพล ขำวิลัย คณบดีวิทยาลัยนานาชาติการบินอวกาศ ,อาจารย์อนุสรา มู่ฮัมหมัด รองคณบดีวิทยาลัยนานาชาติการบินและอวกาศ และ อาจารย์รชตะ วังฝา เลขานุการประธานกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย ได้เข้าพบ อาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี (อนุทิน ชาญวีระกุล) เพื่อแสดงความยินดีในโอกาสเข้ารับตำแหน่งสำคัญ พร้อมหารือแนวทางการพัฒนาการศึกษาไทยในมิติใหม่ที่สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลก
การเข้าพบครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงพิธีการเชิงสัญลักษณ์ แต่คือ “การวางหมุดหมายสำคัญ” ของความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาครัฐ ในการร่วมกันออกแบบอนาคตของเยาวชนไทย ภายใต้แนวคิดที่ยึด “โอกาสทางการศึกษา” เป็นหัวใจของการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะการเปิดพื้นที่ให้เยาวชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียม มีคุณภาพ และตอบโจทย์โลกยุคใหม่
อาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มะทา ได้สะท้อนมุมมองสำคัญเกี่ยวกับบทบาทของการศึกษาในฐานะ “เครื่องมือแห่งความเสมอภาค” ที่จะลดความเหลื่อมล้ำและสร้างโอกาสใหม่ให้กับสังคมไทย พร้อมทั้งเน้นย้ำว่า การศึกษาในยุคปัจจุบันควรคำนึงถึง การเข้าถึงของทุกคนอย่างแท้จริง รวมถึงผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส ที่ต้องได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสม เพื่อไม่ให้ใครถูกทิ้งไว้ข้างหลังในระบบการศึกษา
ขณะเดียวกัน ยังได้กล่าวถึงบทบาทของ อิสลามศึกษา ในการเสริมสร้างคุณธรรมและความเข้าใจในสังคมพหุวัฒนธรรม ควบคู่ไปกับการพัฒนาวิชาการสมัยใหม่ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความรู้และจริยธรรมในสังคมไทย
คณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยเกริกได้นำเสนอวิสัยทัศน์ในการพัฒนาหลักสูตรที่เชื่อมโยงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และทักษะในศตวรรษที่ 21 โดยเฉพาะด้านการบิน อวกาศ ปัญญาประดิษฐ์ และการสื่อสารสมัยใหม่ เพื่อยกระดับศักยภาพของบัณฑิตไทยสู่มาตรฐานสากล
ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.จรัญ มะลูลีม ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของ “การศึกษาเพื่อการเปลี่ยนแปลง” ที่ไม่ใช่เพียงการถ่ายทอดความรู้ แต่ต้องเป็นการสร้าง “พลเมืองคุณภาพ” ที่มีวิสัยทัศน์ เข้าใจโลก และสามารถเป็นพลังขับเคลื่อนสังคมได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะในบริบทของสังคมพหุวัฒนธรรม
การหารือยังครอบคลุมถึงแนวทางความร่วมมือเชิงนโยบาย การสนับสนุนโครงการเพื่อเยาวชน และการยกระดับมาตรฐานการศึกษาไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการผลักดันให้มหาวิทยาลัยไทยสามารถแข่งขันได้ในเวทีนานาชาติ และเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ของภูมิภาค
การพบปะในครั้งนี้สะท้อนถึงพลังของ “ความร่วมมือ” ที่จะเปลี่ยนการศึกษาให้เป็นมากกว่าห้องเรียน แต่เป็นเครื่องมือสร้างอนาคต สร้างโอกาส และสร้างความหวังให้กับประเทศ
“เพราะการศึกษา…ไม่ใช่เพียงการเรียนรู้ แต่คือการสร้างอนาคตของชาติ”


