เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2568 คณะผู้แทนมหาวิทยาลัยเกริก นำโดย อ.ดร.แพทย์จีน สุภรตา เกียรติวิชญ์ รักษาการหัวหน้าศูนย์ส่งเสริมและบริการวิชารการแก่สังคม ได้เข้าร่วมพิธีเปิด “วิทยาลัยการนวดแห่งประเทศไทย ” ซึ่งจัดขึ้นโดยกระทรวงสาธารณสุข โดยมีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยนพ.ศักดา อัลภาชน์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข และนายนพ.สมฤกษ์ จึงสมาน อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ร่วมเป็นเกียรติในพิธี
นอกจากนี้ คณะผู้แทนมหาวิทยาลัยเกริกยังได้หารือกับผู้บริหารกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกเกี่ยวกับแนวทางความร่วมมือในอนาคต โดยให้ความสำคัญกับ การวิจัยและพัฒนายาสมุนไพร ความร่วมมือทางวิชาการ และแนวทางยกระดับภาพลักษณ์ของนวดแผนไทยในเวทีโลก ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่า การศึกษาทางวิทยาศาสตร์และความร่วมมือระหว่างประเทศจะช่วยเพิ่มการยอมรับในระดับสากลว่าการนวดแผนไทยเป็นทางเลือกในการดูแลสุขภาพที่มีประสิทธิภาพ
ในการเยี่ยมชมครั้งนี้ คณะผู้แทนยังได้เข้าชม พิพิธภัณฑ์การแพทย์แผนไทย เพื่อศึกษาประวัติศาสตร์ แนวคิด หลักการรักษา การใช้สมุนไพร และการดูแลมารดาหลังคลอด พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการศึกษาวิจัยในระดับนานาชาติ โดยให้ความสำคัญกับ การศึกษาทางเภสัชวิทยาของสมุนไพร การอนุรักษ์และถอดความคัมภีร์แพทย์แผนไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การขับเคลื่อนให้การแพทย์แผนไทยได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ถือเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันให้ศาสตร์การแพทย์ดั้งเดิมของไทยก้าวสู่เวทีสากล คณะผู้แทนและนักวิชาการไทยเห็นตรงกันว่า การจัดทำฐานข้อมูลทางวิชาการที่มีมาตรฐาน รวมถึงการใช้หลักฐานทางวิทยาศาสตร์มาสนับสนุนประสิทธิผลของศาสตร์นี้ จะช่วยให้ได้รับการยอมรับในระดับสากลมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การจัดประชุมวิชาการนานาชาติ การส่งเสริมโครงการวิจัยข้ามชาติ และการพัฒนาหลักสูตรมาตรฐานที่สามารถใช้ในระดับโลก จะช่วยเสริมสร้างบทบาทของการแพทย์แผนไทยในอุตสาหกรรมสุขภาพระดับสากล
การหารือและเยี่ยมชมในครั้งนี้ ไม่เพียงช่วยเสริมสร้างความเข้าใจระหว่างสองฝ่าย แต่ยังเป็นรากฐานที่มั่นคงสำหรับความร่วมมือทางวิชาการในอนาคต มหาวิทยาลัยเกริกมีแผนร่วมมือกับกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกในการพัฒนาวิจัยด้านสมุนไพร และส่งเสริมโครงการศึกษาระดับนานาชาติ ควบคู่ไปกับการยกระดับมาตรฐานและสร้างแบรนด์นวดแผนไทย เพื่อผลักดันให้ศาสตร์การแพทย์แผนโบราณเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในระบบสุขภาพโลก


