เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 2 กรกฎาคม 2569 ณ ห้องบรรยาย ชั้น 4 สภาทนายความฯ สำนักงานกิจการระหว่างประเทศ สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดบรรยายและปิดหลักสูตรอบรม “Chinese for Lawyers” รุ่นที่ 1 โดยสัปดาห์สุดท้ายนี้ได้รับเกียรติและความร่วมมือทางวิชาการครั้งสำคัญจากมหาวิทยาลัยเกริก ในการส่งผู้เชี่ยวชาญร่วมขับเคลื่อนหลักสูตร
ไฮไลต์สำคัญของการอบรมในสัปดาห์ส่งท้ายนี้ คือการตอกย้ำมาตรฐานทางวิชาการอันโดดเด่นของมหาวิทยาลัยเกริก โดยมี อาจารย์ Dr.Hsieh Ming-Hsun คณบดีคณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกริก เป็นวิทยากรหลัก นำทีมจัดกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) และนำเทคนิค “การจำลองสถานการณ์ในชั้นศาล” มาใช้ในการฝึกปฏิบัติ เพื่อให้ผู้เข้าอบรมสามารถประยุกต์ใช้คำศัพท์ สำนวน และทักษะภาษาจีนเฉพาะทางด้านกฎหมายในสถานการณ์จริงได้อย่างแม่นยำ เพิ่มความมั่นใจในการสื่อสารกับลูกความและบุคคลที่เกี่ยวข้องในระดับสากล
หลังจากเสร็จสิ้นการฝึกปฏิบัติอย่างเข้มข้น ได้มีพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้สำเร็จการอบรม โดยมี ดร.ธนพล คงเจี้ยง นายกสภาทนายความ เป็นประธานในพิธีและกล่าวปิดหลักสูตรอย่างเป็นทางการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารระดับสูงของสภาทนายความฯ เข้าร่วมเป็นเกียรติและแสดงความยินดี ได้แก่ นายเจษฎา ปิยะสุวรรณวานิช อุปนายกฝ่ายต่างประเทศ, นายชัยวัฒน์ ศรีคชา อุปนายกฝ่ายสวัสดิการและสิทธิประโยชน์, นายสมศักดิ์ อัจจิกุล เลขาธิการสภาทนายความ, นางนภัสร พิมพ์พืช กรรมการบริหาร ภาค 6 และ ดร.สมพร ดำพริก ผู้อำนวยการสำนักฝึกอบรมวิชาว่าความ
ด้าน ดร.จรัญยา กิติไพศาลนนท์ กรรมการสำนักงานกิจการระหว่างประเทศ และประธานหลักสูตร ได้กล่าวรายงานสรุปผลสัมฤทธิ์ของโครงการตลอดการอบรมทั้ง 5 ครั้ง ซึ่งประสบความสำเร็จและได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากทนายความผู้เข้าอบรม โดยมี นางสาวพรรณพิไล วิมลรัตน์ กรรมการสำนักงานกิจการระหว่างประเทศ ร่วมทำหน้าที่พิธีกรในพิธีมอบประกาศนียบัตร
การที่บุคลากรระดับผู้บริหารของมหาวิทยาลัยเกริกได้รับความไว้วางใจให้เป็นแกนหลักในการถ่ายทอดความรู้ครั้งนี้ ถือเป็นภาพสะท้อนความสำเร็จอันเป็นรูปธรรมของมหาวิทยาลัยเกริก ในฐานะสถาบันอุดมศึกษาที่มีความเชี่ยวชาญด้านจีนศึกษาและภาษาจีนระดับแนวหน้า ที่พร้อมสนับสนุนและยกระดับศักยภาพของบุคลากรในสาขาอาชีพต่างๆ โดยเฉพาะวิชาชีพทนายความไทย ให้มีความพร้อมในการรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการดำเนินคดีระหว่างประเทศกับชาวจีน เพื่อร่วมขับเคลื่อนการอำนวยความยุติธรรมของประเทศไทยในอนาคตต่อไป


