ประวัติ ดร.เกริก มังคละพฤกษ์

นายเกริก มังคละพฤกษ์ เดิมชื่อ ปทุม เกินเมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2458 ที่ตำบลท่ากลาง อำเภอพระนคร จังหวัดพระนคร เป็นบุตรนายเตียวเชียะ (ตีระ) และนางบุญรอด มังคละพฤกษ์ มีพี่น้องร่วมบิดามารดา 5 คน พี่ 4 คน คือ นางสาลี่ กรัยวิเชียร นางสาวองุ่น มังคละพฤกษ์ นายเกรียง มังคละพฤกษ์ พล.อ.อ.เกียรติ มังคละพฤกษ์ น้อง 1 คน คือ นายมนัส มังคละพฤกษ์ (ขณะนี้ถึงแก่กรรมหมดแล้ว)

 

นายเกริกได้สมรสกับนางสุวรรณี กอวัฒนา เมื่อ พ.ศ. 2489 มีบุตร 4 คน คือ

  1. นางเบญจา มังคละพฤกษ์
  2. นางสาวบุษกร มังคละพฤกษ์
  3. นางสาวปิยะฉัตร มังคละพฤกษ์
  4. นายเกริกก้อง มังคละพฤกษ์

เมื่อเยาว์ได้รับการศึกษาชั้นมูล ที่โรงเรียนอัสสัมชัญ จนจบมัธยมปีที่ 8 นายเกริกได้ประกอบอาชีพครั้งแรกเป็นครูอยู่ตามโรงเรียนต่างๆ 3 ปี ต่อมาใน พ.ศ. 2480 ได้อุปสมบท 1 พรรษา ที่วัดเทพศิรินทราวาส มีสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (เจริญ ญาณวโร) เป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่อลาสิกขาแล้ว ได้เริ่มทำงานหนังสือพิมพ์เสียงไทยและประชามิตร

หลังจากนั้นได้ตั้งสำนักพิมพ์เองชื่อสำนักงานเทิดไทย อยู่ที่ตำบลบ้านหม้อจังหวัดพระนคร รับทำบล็อก และงานช่างเขียน ทำอยู่ได้ 2 ปี ก็ต้องเลิกกิจการแล้ว จนกระทั่ง พ.ศ. 2487 ได้เข้าทำงานที่บริษัทโนมูระ ทำอยู่ได้ระยะหนึ่งก็กลับมาเป็นครูช่วยสอนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนประชาไทยวิทยาลัย ต่อมาเมื่อโรงเรียนประชาไทยเลิกกิจการแล้ว มีนักเรียนมาขอเรียนที่บ้าน 2 คนได้ชักชวนเพื่อนมาเรียนเพิ่มขึ้น ทำให้มีรายได้พอเลี้ยงตัวเอง พร้อมกันนั้นก็สอนหนังสืออยู่ที่โรงเรียนขัตติยานีผดุงแล้วเปลี่ยนไปทำงานที่สำนักพิมพ์บางกอกโพสต์ นอกจากงานสอนแล้ว ได่พยายามทำงานพิเศษเพื่อหารายได้เพิ่มเติม เช่น เขียนตำรา และรับสอนภาษาอังกฤษตอนเย็น

จนกระทั่งถึงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2493 จึงได้เข้าทำงานที่สำนักงานแถลงข่าวอังกฤษ พร้อมกับสอนภาษาอังกฤษที่โรงเรียนเขียวนิวาสน์อีกแห่งหนึ่งด้วย

 

ความสำเร็จในการทำงาน เริ่มตั้งแต่เมื่อ พ.ศ. 2493 โดยได้เข้ามาเช่าอาคาร ก. ถ.ราชดำเนิน เปิดโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษและวิชาชีพ พ.ศ.2505 รับนักเรียนจบชั้น ม.8 เข้าเรียนหลักสูตร DIPLOMA (เทียบได้กับอนุปริญญา) ด้านบริหารธุรกิจ เรียน 3 ปี ซึ่งได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง เป็นช่างที่เริ่มมีศิษย์มากขึ้น ส่วนในด้านการสอนภาษาอังกฤษ พ.ศ. 2503 ได้รับแต่งตั้งเป็นตัวแทนของ บี.บี.ซี. (British Broadcasting Corporation) ซึ่งเป็นสถานีวิทยุกระจายเสียงทีมีชื่อเสียงของประเทศอังกฤษและใน พ.ศ. 2504 ได้รับเชิญให้ไปดูงานด้านการสอนที่ประเทศ ฝรั่งเศส และเยอรมณี เป็นต้น

 

นายเกริกเป็นผู้มีความตั้งใจจะสร้างฐานะให้มั่นคง และมีความมุ่งหมายจะสร้างโรงเรียนให้เป็น Public School ที่สมบูรณ์แบบสักแห่งหนึ่ง จึงพยายามเก็บเงินเพื่อซื้อที่ดินตั้งโรงเรียนและได้บันทึกถึงความคิดที่จะสร้างโรงเรียนไว้ตอนหนึ่งว่า “...ตี 4.20 ฝนตกมากพอสมควรจน 9.10 น. ฝนไม่หยุดและยังครึ้มอยู่ ลุกขึ้นมาเขียนความคิดต่างๆ และโรงเรียนที่จะสร้าง etc. แล้วอื่นๆ ค่อยๆ สร้างทีหลัง จะเป็นเรือนไม้ไปก่อน...”

 

นอกจากนี้ นายเกริกยังได้ตั้งชื่ออาคารเรียนในสถาบันตามชื่อของมารดาอีกหลายหลังว่า “อาคารบุญรอด มังคละพฤกษ์” และทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ทุกปี

 

ใน พ.ศ. 2507 ได้ขยายกิจการของโรงเรียนภาษาและวิชาชีพ โดยเปิดรับนักเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และในปี พ.ศ. 2508 ได้ย้ายจากอาคาร ก. ถนนราชดำเนิน ไปตั้งอยู่ที่ตำบลบางด้วน (ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็นตำบลปากน้ำ) อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปาการ ใช้ชื่อว่าโรงเรียนภาษาและวิชาชีพปากน้ำ ต่อมาเปลี่ยนเป็นโรงเรียนเกริกวิทยาลัย ใน พ.ศ. 2509 ขณะนั้นมีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 196 ไร่ ได้รับความนิยมและเป็นที่รู้จักกันทั่วประเทศ

 

ต่อมาใน พ.ศ. 2512 รัฐบาลได้ตราพระราชบัญญัติวิทยาลัยเอกชนขึ้น นายเกริกได้มองเห็นประโยชน์ของการศึกษาระดับปริญญาตรีจึงดำเนินการที่จะขยายหลักสูตร Diploma ของวิทยาลัยเกริกออกไปจนถึงระดับปริญญาตรี และใน พ.ศ. 2513 วิทยาลัยเอกชนแห่งแรกที่ได้อนุมัติให้จัดตั้ง และเปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรี คณะบริหารธุรกิจ คณะเศรษฐศาสตร์ สาขาต่างๆ และคณะศิลปะศาสตร์ในเวลาต่อมา ในขณะเดียวกันก็ยังคงมีโรงเรียนเกริกวิทยาลัย ซึ่งเปิดสอนระดับพาณิชยาการ (ม.ศ.4-5-6) อยู่ด้วย ได้ขยายเนื้อที่ของสถาบันออกไปกว่า 40 ไร่

 

นายเกริก มังคละพฤกษ์ ได้เริ่มงานด้วยการเช่าห้องเรียนของคนอื่นสอนหนังสือ จนขยายมาเป็นสถาบันอาจารย์เกริกในปัจจุบัน ซึ่งประกอบไปด้วยวิทยาลัยเกริก โรงเรียนเกริกวิทยาลัยและสถาบันสอนภาษาอาจารย์เกริก นายเกริกมีอุดมการณ์ว่ารูปแบบของสถานบันการศึกษานั้น มิใช่เป็นแต่เพียงตัวอาคาร และส่วนประกอบทางวัตถุเท่านั้น ความเป็นโรงเรียนหรือวิทยาลัยโดยแท้จริงในความหมายของตน คือเป็นแหล่งศึกษาที่ให้การศึกษาในทุกทาง ทั้งนี้เพื่อความเจริญของตัวบุคคลของสังคมและบ้านเมือง มุ่งที่จะให้สังคมได้รับ “คนดี” จากสถาบันการศึกษาของตน ดังจะเห็นได้จากคติพจน์และคำขวัญต่างๆ ซึ่งได้พร่ำสอนอยู่นั้น ล้วนแต่เป็นเครื่องเตือนใจให้นักเรียน นักศึกษา ยึดมั่นในคุณธรรมเช่น “เป็นคนดี เป็นผู้ดี มีวินัย กล้าหาญ มีสัจจะ ไม่เห็นแก่ตัว”

 

นายเกริกเคยปรารภกับนักเรียนนักศึกษาอยู่เสมอว่าการใช้ชื่อตังเองเป็นชื่อสถาบันนั้นเป็นการเสี่ยง เพราะว่าถ้าทำไม่ดีก็จะถูกด่าโดยเรียกชื่อเกริกทุกวัน หรือทุกคราว ก็ต้องสะดุ้งอยู่เรื่อย เพราะฉะนั้นจะไม่มีใครเขาทำกัน แต่นายเกริกมีความมั่นใจว่าจะเป็นสถานบันที่ดีเด่นได้จึงตัดสินใจใช้ชื่อของตน

 

นายเกริก มังคละพฤกษ์ เป็นผู้ที่รักการสอนอย่างจริงจัง แม้ว่าจะต้องรับงานด้านการบริหารสถาบันทั้งสามแห่ง คือ วิทยาลัยเกริก โรงเรียนเกริกวิทยาลัย และสถาบันสอนภาษาอาจารย์เกริกแล้วก็ตาม ก็ยังสอนภาษาอังกฤษแก่นักเรียน นักศึกษาทุกๆ คน

 

กล่าวได้ว่า ไม่เคยมีใครที่เข้ามาศึกษาในสถาบันอาจารย์เกริก (ไม่ว่าจะเป็นแห่งใดก็ตาม) แล้วไม่ได้เรียนกับท่าน เพราะจะมีกำไว้เลยว่า ทุกชั้นไม่ว่าระดับใดก็ตามจะต้องเรียนกับนายเกริกอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง แม้กระทั่งในช่วงสุดท้ายที่มีสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง อาจารย์ทั้งหลายต่างพากันขอร้องไม่ให้ท่านสอน เพราะเกรงว่าจะเหนื่อยมาก แต่ท่านก็ไม่ยอมและยังสอนอยู่สัปดาห์หนึ่งไม่ต่ำกว่า 16 ชั่วโมง นายเกริกพูดว่าการทำให้นักเรียน นักศึกษา มีความผูกพันฉันครูกับศิษย์ จะสั่งสอนอะไร จะดุด่าว่ากล่าวอย่างไร ก็ยังมีความเคารพเชื่อถือเกรงใจกัน และที่สำคัญ ทำให้มีโอกาสรู้จักเด็กและได้อบรมสั่งสอนด้วยตนเอง ช่วยผู้ปกครองดูแลลูกหลานของเขาด้วย ให้สมกับที่เขาไว้ใจเอามาฝากเรียนกับท่าน และสิ่งที่นายเกริกไม่ทอดทิ้งคือสถานบันสอนภาษาอังกฤษที่ถนนราชดำเนินกลาง ซึ่งยังคงเปิดสอนอยู่ตลอดมาชั่วชีวิตท่าน ไม่ว่าจะเป็นชั้นสอนระดับใด มีนักเรียนเท่าใด ก็จะเข้าสอนเองทุกชั้น

 

กล่าวได้ว่า นายเกริกมีศิษย์ต่างอาชีพ ต่างวัยและต่างความรู้จะพบ นายพัน นายแพทย์ ตลอดจนข้าราชการผู้ใหญ่ เข้ามาทักทายคารวะในฐานะที่เคยเป็นศิษย์เรียนภาษาอังกฤษท่านมาก่อน หลายคนกล่าวว่า “อาจารย์เกริกสอนหนังสือสนุก มีเกร็ดความรู้และลูกเล่นมากมาย ทำให้กระตือรือร้นอยู่เสมอ ไม่เบื่อหน่าย และยังได้รับประโยชน์ในวิชาอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย”